ตามติดสายน้ำปิงคอฟฟี่ผ่าน facebook ตามติดสายน้ำปิงคอฟฟี่ผ่าน twitter
รวมเรื่องกาแฟ
ตามติดสายน้ำปิงคอฟฟี่ผ่าน facebook ตามติดสายน้ำปิงคอฟฟี่ผ่าน twitter
   
   
 
 
กระบวนการอันซับซ้อน

     
     


      กาแฟอันหอมกรุ่นในแต่ละถ้วยที่ได้ลิ้มรสกันนั้น หัวใจของรสชาติอยู่ที่ “เมล็ดกาแฟ” เมล็ดกาแฟเป็นผลผลิตอันทรงคุณค่า ที่ในแต่ละปีต้นกาแฟจะสามารถให้ผลผลิตได้เพียงปีละ 1 ครั้งเท่านั้น ระยะเวลาตั้งแต่ออกดอกสีขาวบานสะพรั่งจนกระทั่งกลายเป็นผลกาแฟสุกสีแดง อร่ามไปทั้งต้นนั้น กินเวลานานถึง 10 เดือนโดยประมาณผลกาแฟสุกสีแดงอร่ามนั้น มักเรียกกันว่า ผลเชอร์รี่กาแฟชาวไร่จะเลือกเก็บผลเชอร์รี่เฉพาะผลที่มีสีแดงจัดเท่านั้น แล้วนำมาแปรรูปเป็น เมล็ดกาแฟดิบหรือที่นิยมเรียกกันว่า สารกาแฟขบวนการในการแปรรูปจากผลเชอร์รี่มาเป็น สารกาแฟนั้น มีอยู่ด้วยกัน 2 วิธี คือวิธีการแบบเปียก หรือ Wet Method และ วิธีการแบบแห้ง หรือ Dry Method

วิธีการแบบเปียก หรือ Wet Method

วิธีการแปรรูปแบบเปียกนั้นใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ มีขั้นตอนมาก ต้นทุนสูง แต่จะได้ ้สารกาแฟที่มีคุณภาพและรสชาติดี นิยมใช้กับกาแฟพันธุ์อราบิก้า กรรมวิธีนี้เริ่มต้นจากการ นำผลเชอร์รี่ที่เก็บได้มาปอกเปลือกออก ซึ่งจะต้องทำในวันเดียวกันกับที่เก็บผลเชอร์รี่ เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ผลเชอร์รี่นั้นเน่าเสียก่อน จากนั้นต้องทำการกำจัดเมือกที่ติด อยู่ออกไปโดยนำไปแช่น้ำและหมักไว้ประมาณ 24 – 36 ชั่วโมง ก่อนที่จะล้างด้วยน้ำสะอาด แล้วนำไปตากแดดให้แห้งบนลานซีเมนต์ หรือตากในตะแกรงที่ทำด้วยตาข่ายและยกให้สูงขึ้น จากพื้นดินเพื่อให้ความชื้นระบายออกได้มากยิ่งขึ้นกว่าเมล็ดกาแฟจะแห้งดีต้องใช้เวลา ประมาณ 7 วันกาแฟที่ได้ในขั้นตอนนี้เรียกว่า กาแฟกะลา เนื่องจากยังมีเปลือกแข็งห่อหุ้ม เมล็ดกาแฟอยู่ จากนั้นจะต้องนำไปสีเอากะลาออกจึงจะได้เป็นสารกาแฟ หรือเมล็ดกาแฟดิบ ที่เราเห็นกันทั่วไป

วิธีการแบบแห้ง หรือ Dry Method
วิธีการแปรรูปแบบแห้งนั้นง่าย ต้นทุนต่ำ มีความยุ่งยากน้อยกว่าแบบเปียก แต่จะใช้เวลามากกว่า และสารกาแฟที่ได้เมื่อเปรียบเทียบกับกรรมวิธีแบบเปียกแล้วคุณภาพจะด้อยกว่ากรรมวิธีนี้เหมาะ กับการผลิตสารกาแฟในปริมาณมากๆ นิยมใช้กับกาแฟพันธุ์โรบัสต้า ขั้นตอนการทำคือ นำผล เชอร์รี่ที่เก็บได้มาตากบนลานในระหว่างวันต้องหมั่นไถกลับด้านเพื่อให้เมล็ดกาแฟแห้งอย่างทั่วถึง ซึ่งต้องใช้เวลาประมาณ 15วัน หรือจนกว่าจะแห้งดีเมื่อเมล็ดกาแฟแห้งดีแล้วจะต้องนำไปสีเอา เปลือกแห้งออกจึงจะได้สารกาแฟแบบที่เห็นกันสารกาแฟที่ผลิตโดยกรรมวิธีนี้จะมีคุณภาพต่ำ กว่าสารกาแฟที่ผลิตโดยกรรมวิธีแบบเปียกเพราะในช่วงระหว่างการตากที่ผลเชอร์รี่กาแฟยัง ไม่แห้งดีนั้นจะเกิดการหมักตัวของเมือกที่อยู่ภายในผลเชอร์รี่อันมีผลทำให้กลิ่นและรสของสาร กาแฟที่ได้ด้อยลงเนื่องจากกาแฟมีคุณสมบัติไวต่อการดูดกลิ่นการตากกาแฟไม่ว่าจะเป็นกรรมวิธี แบบเปียกหรือแบบแห้งจึงไม่ควรตากบนลานดินเพราะกลิ่นของสารกาแฟที่ผลิตได้จะมีกลิ่นดินปน อยู่ด้วยซึ่งมีผลทำให้คุณภาพของสารกาแฟที่ได้ลดลงไป