รวมเรื่องกาแฟ
ตามติดสายน้ำปิงคอฟฟี่ผ่าน facebook ตามติดสายน้ำปิงคอฟฟี่ผ่าน twitter
   
การเก็บรักษา

   
 
 




การชงกาแฟให้อร่อยเป็นเรื่องละเอียดอ่อน และต้องพิถีพิถันกับทุกขั้นตอน แม้เมล็ดกาแฟจะ ผ่านกระบวนการคั่ว บด และชงที่ดีเลิศ ก็ยังไม่เพียงพอ เพราะยังมีเรื่องของการเก็บรักษา รวม ทั้งรายละเอียดการดูแลอุปกรณ์ต่างๆ และปัญหาอันอาจจะเกิดขึ้นในขั้นตอนการชง ที่เราไม่ ่ควรละเลย


ศัตรูตัวฉกาจ
กาแฟชนิดเดียวกันแม้จะผ่านขั้นตอนที่เหมือนกัน แต่รสชาติและกลิ่นอาจเปลี่ยนแปลงได้ เพราะกาแฟนั้นมีความไวต่อสภาวะแวดล้อม ความชื้น ตลอดจนอุณหภูมิอย่างมาก ศัตรูตัวสำคัญของกาแฟคือ ความชื้น อุณหภูมิความร้อน แสงแดด และออกซิเจนในอากาศ น้ำมันหอมของกาแฟนั้นสามารถละลายได้ดีในน้ำ ดังนั้นจึงมีความไวต่อไอน้ำในอากาศ ใน ขณะที่ความร้อนและออกซิเจนเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาให้เร็วยิ่งขึ้น กาแฟที่ถูกความชื้นในอากาศ ทำลายจะมีกลิ่นหอมน้อยลง เมื่อนำมาชงจะมีรสชาติเหมือนกาแฟเก่าเก็บไว้นานและจางกว่าปกติ ดังนั้นไม่ว่าเราจะใช้เมล็ดกาแฟดิบที่ดีจากแหล่งไหน ผ่านการคั่วด้วยเทคนิคที่ดีเพียงใด คุณ ค่า รสชาติ และกลิ่นของกาแฟพร้อมจะถูกทำลายลงได้หากถูกจัดเก็บอย่างผิดวิธี


รักษาคุณค่าของกาแฟ กาแฟที่คั่วแล้วไม่ว่าจะอยู่ในรูปเมล็ดหรือผงควรถูกจัดเก็บอย่างถูกวิธีเพื่อรักษาคุณภาพที่ดี ีของกาแฟเอาไว้

หลักการเก็บกาแฟอย่างถูกวิธี


  1. ควรเก็บกาแฟในภาชนะที่ปิดสนิทหรือภาชนะสูญญากาศ
  2. ควรใช้ภาชนะที่ทำจากแก้วหรือเซรามิคเคลือบเงา ไม่ควรเป็นภาชนะโลหะหรือพลาสติก เพราะกาแฟจะดูดกลิ่นพลาสติกหรือโลหะเอาไว้
  3. ควรเก็บให้พ้นจากแสงแดด ความร้อน และความชื้น
  4. ควรคำนวณปริมาณการใช้กาแฟให้พอเหมาะและตรวจสอบความใหม่ของกาแฟจากแหล่ง ที่ซื้อ
  5. ควรซื้อเมล็ดกาแฟคั่วมาบดเองตามจำนวนที่ต้องการชง อย่าบดกาแฟจำนวนมากและทิ้งไว้้นานๆ เพราะเมล็ดกาแฟจะสามารถเก็บคุณค่ารสชาติของกาแฟไว้ได้ครบถ้วนและนานกว่า
  6. หากมีความจำเป็นที่ต้องเก็บกาแฟไว้นานกว่า 2 สัปดาห์หรือ 1 เดือน ควรนำกาแฟนั้นเก็บ ในช่องแช่แข็งของตู้เย็น โดยจัดแบ่งเป็นส่วน ๆ ตามความต้องการใช้ในแต่ละครั้ง โดยจัดเก็บ ในภาชนะที่ปิดมิดชิดป้องกันความชื้น